Hyperliquid กลายเป็นตลาด DeFi แห่งเดียวที่เปิดทำการท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง
ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์อิหร่านช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โทเค็น HYPE ของแพลตฟอร์ม Hyperliquid กลับพุ่งขึ้นประมาณ 6% ในขณะที่ตลาดแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่ปิดทำการ
Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ร่วงลงท่ามกลางความตึงเครียด ขณะที่น้ำมันและทองคำปรับตัวขึ้น แต่ Hyperliquid ในฐานะ DEX สำหรับเทรด Perpetual Futures แบบกระจายศูนย์ที่เปิดทำการ 24 ชั่วโมง กลับได้ประโยชน์เต็มๆ
- HYPE ร่วงจาก $26.2 ปลาย ก.พ. พุ่งไปที่ $32 เมื่อวันอาทิตย์
- โทเค็นพุ่งขึ้น 25% นับจากต้นปี แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดที่ $58 เมื่อเดือน ก.ย.
- วอลุ่มเทรด 24 ชั่วโมงแตะ $200 ล้าน สูงสุดในรอบ 1 เดือน
ตลาด DeFi ที่เปิด 24 ชั่วโมง: ข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง
Ryan McMillin CIO ของ Merkle Tree Capital กล่าวกับ Decrypt ว่า Hyperliquid เป็นหนึ่งในไม่กี่แพลตฟอร์มที่เปิดทำการและมีสภาพคล่องจริงๆ เมื่อข่าวอิหร่านปะทุ และตลาดแบบรวมศูนย์หลายแห่งปิดทำการหรือมีสภาพคล่องน้อย
“วิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้ ทำให้เห็นความสำคัญของโครงสร้างการเทรดแบบ non-custodial ที่เปิดทำการตลอดเวลา” — Ryan McMillin, Merkle Tree Capital
Dominick John นักวิเคราะห์จาก Kronos Research ยังชี้ว่า DEX อย่าง Hyperliquid กำลังกลายเป็น “ศูนย์ตอบสนองแรกสำหรับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์” โดยสถาบันใช้ตลาดเหล่านี้เพื่อตั้งราคาความเสี่ยงล่วงหน้าก่อนตลาดอื่นจะเปิด
สิ่งที่น่าจับตามองต่อไป
ความพิเศษของ HYPE คือ เมื่อมีคนสร้างตลาดใหม่บน Hyperliquid ผู้ใช้ต้อง stake HYPE และค่าธรรมเนียมจะถูกนำไป buyback HYPE โดยตรง หมายความว่ายิ่งวอลุ่มเทรดเพิ่มขึ้น = ความต้องการ HYPE เพิ่มขึ้นโดยตรง
Siwon Huh นักวิจัยจาก Four Pillars ยอมรับว่า Hyperliquid ยังต้องการสภาพคล่องที่ลึกกว่านี้มากหากต้องการดึงดูดนักลงทุนสถาบัน แต่ก็ยอมรับว่าตอนนี้เป็น DEX ที่มีประโยชน์สูงสำหรับนักเทรดรายย่อยแล้ว
ที่มา: Decrypt


