ฟาร์มทำเหมืองขุด Bitcoin มากกว่า 20 แห่ง ในมองโกเลียในของจีน ถูกตัดสิทธิประโยชน์พลังงานไฟฟ้า หลังจากรัฐบาลออกมาตรการขั้นเด็ดขาด
เอกสารออกโดย กรมอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ CoinDesk ได้รับมา ระบุเอาไว้ว่า หน่วยงานรัฐกำหนดให้บริษัทซื้อขายพลังงานไฟฟ้าในท้องถิ่นตัดสิทธิ์ฟาร์มเหมืองขุด Bitcoin 21 แห่ง ออกจากการมีส่วนร่วมในการซื้อขายพลังงาน
สำนักข่าวคริปโตในจีน Wu Blockchain เผยแพร่เอกสารนี้เป็นเจ้าแรก แต่ไม่ได้ระบุชื่อบริษัทเอาไว้ แน่นอนมีบริษัทที่มีชื่อเสียงสองรายเป็นบริษัทย่อยของยักษ์ใหญ่ด้านเหมืองขุด Bitmain ในมองโกเลียใน และบริษัทย่อยของผู้ผลิตอุปกรณ์ทำเหมืองขุดอย่าง Ebang
นอกจากนี้ ในลิสต์มี Inner Mongolia Branch of China Telecom ตั้งอยู่ในเมืองออดอส (Ordos) รวมอยู่ด้วย นั่นหมายความว่าบริษัทเทเลคอมยักษ์ใหญ่ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการทำเหมืองขุดคริปโตในภูมิภาคด้วย
จากการตัดสิทธิ์เหมืองขุดเหล่านั้น นั่นหมายความว่า ฟาร์มฯ จะไม่มีสิทธิ์ได้รับส่วนลดด้านพลังงานจาก Inner Mongolia Power Group ซึ่งเป็นบริษัทซื้อขายพลังงานที่รัฐเป็นเจ้าของในภูมิภาคนี้อีกต่อไป
คุณ Kevin Pan ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้งเหมืองขุด PoolIn ในประเทศจีน บอกว่านโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม แน่นอนอย่างน้อยก็ในระยะสั้น พลังงานไฟฟ้าของฟาร์มฯ เหล่านี้จะสูงขึ้น 0.1 หยวน หรือ $0.014 ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) เขากล่าว
ปัจจุบันต้นทุนพลังงานของฟาร์มเหมืองขุดในภูมิภาคนี้ อยู่ที่ประมาณ 0.26–0.28 หยวนต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ($0.037 ถึง $0.040) จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหม่ เพดานต้นทุนพลังงานกลายเป็น 0.38 หยวน ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ($0.054) คุณ Pan กล่าว
ดูเหมือนว่าตัวเลขต่างกันไม่มากนัก จริง ๆ แล้ว ต้นทุนไฟฟ้าในการดำเนินงานกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจกรรมทำเหมืองขุดคริปโตจำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาล
หากฟาร์มทำเหมืองขุดรันเต็มศักยภาพเพียง 10,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ซึ่งสเกลค่อนข้างเล็กมากในอุตสาหกรรมนี้ เนื่องจากต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น $0.014 ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) นั่นหมายความว่า ฟาร์มต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงขึ้นอีก $3,360 ต่อวัน
เอกสารดังกล่าวจาก Inner Mongolia Power Group ระบุเอาไว้ว่า การแจ้งตัดสิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากหน่วยงานของรัฐได้เข้าตรวจสอบบริษัทบิ๊กดาต้าและบริษัทคลาวด์คอมพิวติ้งกว่า 30 แห่ง ในภูมิภาค และพบว่าเป็นฟาร์มเหมืองขุดคริปโต 21 แห่ง
การตรวจสอบในภูมิภาคเริ่มต้นตั้งแต่ปลายที่แล้ว ตามที่ CoinDesk รายงานในเวลานั้น จุดมุ่งหมายเพื่อต้องการปิดการดำเนินการเหมืองขุด Bitcoin ที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง ทางการพุ่งเป้าไปยังบริษัทที่ได้รับสิทธิพลังงานไฟฟ้าโดยปลอมตัวเป็นหน่วยงานที่มีสิทธิ์
จากข้อมูลดัชนี Bitcoin Electricity Consumption Index ของ Cambridge University พบว่า ประเทศจีนมีกำลังประมวลผลทำเหมืองขุด Bitcoin สูงถึง 65% ของทั่วโลก ณ เดือนเมษายนปีนี้ ขณะที่มองโกเลียในคิดเป็น 8% ของเครือข่ายทั้งหมดในเวลานั้น
ที่มา : cointelegraph.com
——————————————————–
สนับสนุนโดยกลุ่ม Coin Thai Talk : https://www.fb.com/groups/CoinThaiTalk/ กลุ่มใหม่ของคนรักคริปโต