กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (Department of War) ประกาศอย่างเป็นทางการว่า Anthropic ผู้สร้าง AI อัจฉริยะ Claude เป็น “supply-chain risk” หรือภัยคุกคามต่อห่วงโซ่อุปทาน นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทอเมริกันถูกติดป้ายนี้ — ปกติใช้กับบริษัทต่างชาติที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลศัตรูเท่านั้น
ต้นเหตุ — Anthropic ไม่ยอมให้กองทัพใช้ Claude สร้างอาวุธ
หัวใจของความขัดแย้งคือ Anthropic ปฏิเสธ ให้ Pentagon ใช้ Claude ใน 2 เรื่อง:
- 🚫 อาวุธอัตโนมัติที่ฆ่าคนโดยไม่มีมนุษย์ควบคุม (Lethal Autonomous Weapons)
- 🚫 การสอดแนมพลเมืองในวงกว้าง (Mass Domestic Surveillance)
Pentagon โต้ว่าการให้บริษัทเอกชนกำหนดว่ารัฐบาลจะใช้ AI ได้แค่ไหน ถือเป็นการ มอบอำนาจมากเกินไป ให้ภาคเอกชน
CEO Anthropic ฟาดกลับ — “เราไม่ได้บริจาคให้ Trump”
CEO Dario Amodei ส่งเมโม 1,600 คำถึงพนักงาน โดยระบุว่าปัญหาเกิดจากเหตุผลทางการเมือง:
“เราไม่ได้บริจาคเงินให้ Trump เราไม่ได้ยกย่อง Trump แบบเผด็จการ ไม่เหมือนกับ OpenAI หรือผู้บริหารบางคน”
Amodei ยืนยันว่า Anthropic จะ ฟ้องศาล เพื่อท้าทายคำสั่งนี้ เพราะเชื่อว่า “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”
ผลกระทบ — บริษัทรับเหมากลาโหมเริ่มเลิกใช้ Claude
รัฐมนตรีกลาโหม Pete Hegseth ประกาศว่าบริษัทใดที่ทำ “กิจกรรมทางการค้าใดๆ” กับ Anthropic — แม้ไม่ใช่งานกลาโหม — จะถูกยกเลิกสัญญากับ Pentagon ทั้งหมด โดยให้เวลา 6 เดือนในการถอด Claude ออกจากระบบรัฐบาล
ตามรายงานของ CNBC บริษัทรับเหมากลาโหมเริ่ม ยกเลิกการใช้ Claude เป็นการป้องกัน แล้ว
กลับตาลปัตร — ยอดดาวน์โหลด Claude พุ่ง!
แม้จะถูกแบนจากกองทัพ แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามอย่างน่าทึ่ง:
- 📈 ยอดสมัคร Claude ทำสถิติสูงสุดใหม่ทุกวัน ตั้งแต่ข่าวออก
- 🏆 Claude ขึ้นอันดับ 1 App Store ในหมวดแอปฟรีและ AI หลายสิบประเทศ รวมถึงสหรัฐ แคนาดา และยุโรป
- 💪 ภาพลักษณ์ “บริษัท AI ที่มีจริยธรรม” กลับดึงดูดผู้ใช้มากขึ้น
ย้อนแย้ง — Claude ช่วยกองทัพโจมตีอิหร่านสำเร็จ
ตามรายงานของ Washington Post เครื่องมือข่าวกรองที่ขับเคลื่อนด้วย Claude มีบทบาทสำคัญ ในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้การถอด Claude ออกจากระบบทหารภายใน 6 เดือน อาจ ไม่ง่ายอย่างที่คิด
บทเรียนสำหรับวงการ AI
เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ — เมื่อรัฐบาลสหรัฐเริ่มใช้อำนาจกดดันบริษัท AI ที่ไม่ยอมตามใจ คำถามใหญ่คือ: บริษัท AI ควรมีสิทธิ์กำหนดว่าเทคโนโลยีของตัวเองจะถูกใช้ทำอะไรได้บ้างไหม?
ที่มา: The Verge


