Chainalysis เปิดเผยรายงานอาชญากรรมคริปโตประจำปี 2026 พบว่า การหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรผ่านคริปโต เพิ่มขึ้นเกือบ 8 เท่า ในปี 2025 โดยกลุ่มประเทศที่ถูกคว่ำบาตรรับเงินคริปโตรวมกว่า 104 พันล้านดอลลาร์
สถิติที่น่าตกใจ
- เงินคริปโตผิดกฎหมายทั้งหมดพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 154 พันล้านดอลลาร์
- การหลบเลี่ยงคว่ำบาตรคิดเป็น สัดส่วนหลัก ของปริมาณทั้งหมด
- Stablecoin คิดเป็น 84% ของธุรกรรมผิดกฎหมาย — แสดงว่ากลุ่มประเทศที่ถูกคว่ำบาตรพึ่งพาเหรียญที่ผูกกับดอลลาร์เป็นหลัก
รัสเซีย: A7A5 Stablecoin ผูกรูเบิล 93 พันล้านดอลลาร์
ตัวละครสำคัญคือ A7A5 stablecoin ผูกกับเงินรูเบิลที่จดทะเบียนในคีร์กีซสถาน ซึ่งประมวลผลธุรกรรมกว่า 93.3 พันล้านดอลลาร์ ในเวลาไม่ถึงปี ทำหน้าที่เป็น settlement rail ให้ธุรกิจรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตรทำการค้าข้ามพรมแดน
Chainalysis ยังพบบริการ “A7A5 Instant Swapper” ที่แลกเปลี่ยนโทเคนเป็น stablecoin ดอลลาร์โดยแทบไม่มีการตรวจ KYC ประมวลผลไปแล้วกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์
อิหร่าน: IRGC ครอง 50% ของธุรกรรม
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) คิดเป็นกว่า 50% ของมูลค่าที่รับโดยบริการอิหร่านในปลายปี 2025 ย้ายเงินกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ ที่เชื่อมโยงกับการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ การค้าน้ำมัน และเครือข่ายจัดซื้อ
เกาหลีเหนือ: แฮกเกอร์มือ 1 ของโลก
เกาหลีเหนือ ยังคงเป็นผู้ก่อเหตุขโมยคริปโตรายใหญ่ที่สุด ขโมยไปกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2025 รวมถึงการแฮก Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้
รายงานนี้ชี้ให้เห็นว่าการกำกับดูแล stablecoin และการบังคับใช้ KYC ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโต แม้ว่าสัดส่วนธุรกรรมผิดกฎหมายเทียบกับปริมาณทั้งหมดจะยังต่ำ
ที่มา: CoinDesk


