JPMorgan ออกรายงานฉบับใหม่ระบุว่า แม้ตลาดคริปโตจะขาดแรงส่งมานาน แต่ Clarity Act — ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐ — อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่ดึงเม็ดเงินสถาบันกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง
Bitcoin ติดกรอบ — ตลาดรอ Catalyst
Bitcoin ยังคงแกว่งตัวในกรอบราคาช่วงกลาง $60,000 ขณะที่ Ethereum ซื้อขายอยู่แถว $2,000 ปริมาณการซื้อขายบนตลาดหลักเบาบางลง ทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันต่างลังเลที่จะลงทุนเพิ่ม
ทีมนักวิเคราะห์ของ JPMorgan นำโดย Nikolaos Panigirtzoglou ระบุในรายงานว่า:
“แม้ sentiment ในตลาดคริปโตยังคงเป็นลบ แต่เราเชื่อว่าการอนุมัติกฎหมายโครงสร้างตลาด ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นภายในกลางปี อาจเป็น catalyst เชิงบวกสำหรับตลาดคริปโตในครึ่งปีหลัง”
— Nikolaos Panigirtzoglou, JPMorgan
Clarity Act คืออะไร?
Clarity Act คือร่างกฎหมายที่จะกำหนดกรอบการกำกับดูแลตลาดคริปโตในสหรัฐอย่างชัดเจน โดยมีสาระสำคัญ:
- แบ่งหน้าที่กำกับดูแล ระหว่าง CFTC และ SEC — โทเค็นจะถูกจัดประเภทเป็น “สินค้าดิจิทัล” หรือ “หลักทรัพย์”
- Grandfather Clause — โทเค็นที่มี Spot ETF จดทะเบียนก่อน 1 ม.ค. 2026 เช่น XRP, Solana, Litecoin, Dogecoin จะถูกจัดเป็น “สินค้า” อยู่ภายใต้ CFTC
- ระดมทุนได้ถึง $75 ล้านต่อปี โดยไม่ต้องจดทะเบียนเต็มรูปแบบกับ SEC
- ลดภาระ Compliance และความไม่แน่นอนทางกฎหมาย
ทำไมถึงสำคัญ?
JPMorgan มองว่าเมื่อมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน:
- Asset Managers รายใหญ่ กองทุนบำเหน็จ และ Corporate Treasuries จะมั่นใจลงทุนมากขึ้น
- สภาพคล่องในตลาดจะลึกขึ้น ความผันผวนลดลง
- เปิดทางให้ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ตั้งแต่ Structured Products ไปจนถึง Tokenized Assets
- Venture Funding ที่ย้ายไปต่างประเทศอาจกลับมาลงทุนในสหรัฐอีกครั้ง
แต่… กฎหมายยังติดหล่ม
ปัญหาคือ Clarity Act ยังค้างอยู่ในวุฒิสภาหลังจากหลายเดือนของการเจรจาและกำหนดเวลาที่พลาดไป:
- Coinbase ถอนการสนับสนุน — CEO Brian Armstrong กล่าวว่าร่างปัจจุบันอาจขัดขวางนวัตกรรมและจำกัดฟีเจอร์อย่าง Stablecoin Rewards
- กลุ่มการค้าธนาคาร เป็นผู้รับผิดชอบหลักต่อการชะงักของการเจรจา ตามที่ Armstrong กล่าว
- การพิจารณาของ Senate Banking Committee ถูกเลื่อนออกไปตั้งแต่ต้นปี 2026
บทสรุป
แม้จะยังไม่แน่ชัดว่า Clarity Act จะผ่านเมื่อไหร่ แต่ JPMorgan มองว่านี่คือ “catalyst ที่ทรงพลังที่สุด” สำหรับตลาดคริปโต — ไม่ใช่แค่รักษาระดับราคา แต่อาจดันราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย sentiment และ flow เม็ดเงิน การมีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทุกคนรอคอย
ที่มา: CoinDesk


