ซาอุดีอาระเบียประกาศการค้นพบแหล่งแร่ธรรมชาติครั้งใหญ่ในเขต Najran ซึ่งมีปริมาณทรัพยากรรวมกว่า 11 ล้านตัน ประกอบด้วยทองคำ ทองแดง สังกะสี และเงิน นับเป็นหนึ่งในดีลการค้นพบทรัพยากรสำคัญอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคตะวันออกกลางในรอบหลายปี
การค้นพบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของทรัพยากรธรรมชาติที่ยังสามารถ “ขุดเพิ่ม” และ “ค้นพบใหม่” ได้ตามเทคโนโลยีและการสำรวจทางภูมิศาสตร์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน โลกการเงินดิจิทัลก็เกิดการเปรียบเทียบทันทีระหว่างแร่โลหะมีค่ากับ Bitcoin
เนื่องจาก Bitcoin มีคุณสมบัติที่แตกต่างอย่างชัดเจน คือ
- มีจำนวนจำกัดสูงสุดที่ 21 ล้านเหรียญ
- ไม่สามารถค้นพบเพิ่มได้อีก ไม่ว่าจะในอนาคตกี่ปี
- ไม่มีเหมืองใหม่ให้เปิดเพิ่มเหมือนทรัพยากรธรรมชาติ
- การผลิตถูกควบคุมด้วยโค้ดและระบบ Blockchain
ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมองว่า
การค้นพบแหล่งแร่ครั้งใหญ่ แม้เป็นข่าวดีต่อภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่
แต่ก็ยิ่งตอกย้ำความแตกต่างระหว่าง “ทรัพย์สินทางกายภาพที่มีโอกาสเพิ่ม”
กับ “ทรัพย์สินดิจิทัลที่ถูกออกแบบให้ขาดแคลนอย่างถาวร”
นักลงทุนทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามอีกครั้งว่า
ในยุคเงินเฟ้อและหนี้สินระดับโลก
อะไรคือ “ทรัพย์สินหายาก” ที่แท้จริง?
ทองคำอาจมีคุณค่า
แต่ Bitcoin ถูกออกแบบมาให้ “ไม่สามารถถูกสร้างเพิ่มได้เลย” ตั้งแต่แรก


