ข่าว Bitcoin

Coinbase ประเมิน Bitcoin จะกลายเป็นทองคำดิจิทัล (Digital Gold) ภายในอีก 93 วันนี้


เหตุการณ์ Bitcoin halving ในเดือนพฤษภาคมใกล้เข้ามาแล้ว เมื่อเร็ว ๆ Coinbase บอกว่า “Bitcoin จะเป็นทองคำดิจิทัล (Digital Gold)” ใน Twitter ทวีตเผยแพร่บล็อกโพสต์เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ให้เหตุผลสำคัญว่าทำไมเหตุการณ์ halving และอุปทานที่ลดลงเชื่อมโยงกันอย่างแข็งแกร่ง

Coinbase ประเมิน Bitcoin จะกลายเป็นทองคำดิจิทัล (Digital Gold) ภายในอีก 93 วันนี้

ความขาดแคลนทำให้เกิดมูลค่าขึ้น

ตั้งแต่มาตรฐานทองคำถูกทำลายลงในปี 1971 ค่าเงินดอลลาร์ลดลงและมูลค่าทองคำพุ่งขึ้นกว่า 4000% ทองคำมีค่ามากกว่าโลหะมีค่าอื่น ๆ อย่างเช่น ทองแดง เนื่องจากความขาดแคลน (scarcity) และหายาก (acquire)

Bitcoin ถูกออกแบบมาให้ขาดแคลนคล้ายกับทองคำและหายากผ่านกระบวน Proof-of-Work ในการขุด อย่างไรก็ตามมันมีข้อได้เปรียบกว่าทองคำเนื่องจากสามารถถ่ายโอนผ่านช่องทางการสื่อสารได้

Coinbase ประเมิน Bitcoin จะกลายเป็นทองคำดิจิทัล (Digital Gold) ภายในอีก 93 วันนี้

Coinbase สรุปว่า

เนื่องจากความได้เปรียบจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า การพัฒนาที่รวดเร็ว และตลาดเติบโตทั่วโลก Bitcoin จึงเป็นตัวเก็บมูลค่ากลายเป็นคู่แข่งขันกับทองคำในยุคดิจิทัล

เหตุการณ์ Halving ทำให้หายากมากขึ้น

ปริมาณ Bitcoin ถูกจำกัดจากการออกแบบ เมื่อโทเคนใหม่ ๆ เกิดขึ้นจะได้รับรางวัลทำธุรกรรมต่อบล็อก เริ่มต้นระดับรางวัลอยู่ที่ 50 BTC ต่อบล็อก และได้ผ่านเหตุการณ์ halving สองครั้งแล้ว ปัจจุบันลดเหลือ 12.5 BTC ต่อบล็อก

หลังจากเหตุการณ์ halving ในเดือนพฤษภาคม 2020 รางวัลการขุดบล็อกใหม่ จะลดลงเหลือ 6.25 BTC ทำให้ปริมาณการออก Bitcoin อยู่ที่อัตรา 1.7% ต่อปี

Coinbase ประเมิน Bitcoin จะกลายเป็นทองคำดิจิทัล (Digital Gold) ภายในอีก 93 วันนี้

Stock-to-flow (S2F) เป็นการประเมินอัตราอุปทานใหม่เทียบกับอุปทานทั้งหมด และหลังเหตุการณ์ halving นั้น S2F ของ Bitcoin ความหายากจะอยู่ในระดับเดียวกับทองคำ (Gold)

Stock-to-flow (S2F) ของทองคำสูงว่าโลหะมีค่าอื่น ๆ แต่ Bitcoin จะตามมาในไม่ช้า” Coinbase เน้นย้ำ

กราฟ stock-to-flow ของ Bitcoin stock-to-flow ที่มา: medium.com/@100trillionUSD/

จะไม่เกิดมูลค่าหากไม่มีความต้องการ (Demand)

การทำนายS2F ในเรื่องราคาจะล้มเหลวหากไม่มีความต้องการ (Demand) เกิดขึ้น และเรื่องนี้เป็นความจริงไม่ว่าจะเป็นเงินตราและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ด้วย ธนาคารกลางเพิ่มปริมาณเงิน เศรษฐกิจก็เติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม หากปริมาณมากเกินไปก็อาจให้เกิดเหตุการณ์เงินเฟ้อตามมา

เหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้เกิดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างเช่น ทองคำ (Gold) และ Bitcoin และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจปัจจุบันทำให้เกิดความกลัวสูงขึ้น (จากดัชนี Global Economic Policy Uncertainty Index)

ทั้งนี้ เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การพัฒนาที่รวดเร็ว จึงสมเหตุสมผลที่Bitcoin ได้ชื่อว่าเป็น ทองคำดิจิทัล (Digital Gold) ตามที่ Coinbase ประเมินนั่นเอง

ที่มา :   cointelegraph.com
——————————————————–
สนับสนุนโดยกลุ่ม Coin Thai Talk : https://www.fb.com/groups/CoinThaiTalk/ กลุ่มใหม่ของคนรักคริปโต

Show Buttons
Hide Buttons
Read previous post:
สตาร์ทอัพด้านบล็อกเชนจีน บริจาคเงิน $14,000 ดอลลาร์ ต่อสู้กับโคโรนาไวรัส พร้อมทั้งออกแพลตฟอร์มมุ่งเน้นการกุศลโดยเฉพาะ
สตาร์ทอัพด้านบล็อกเชนจีน บริจาคเงิน $14,000 ดอลลาร์ ต่อสู้กับโคโรนาไวรัส พร้อมทั้งออกแพลตฟอร์มมุ่งเน้นการกุศลโดยเฉพาะ

FUZAMEI สตาร์ทของอัพจีน ออกแพลตฟอร์มบล็อกเชนใช้ติดตามแล […]

Close